จดหมายถึงวาเนสสา (หนังสือ)

 - by Nat

Letters to Vanessa:

On Love, Science and Awareness in an Enchanted World

ได้มีโอกาสได้อ่าน “” จาก @PlloYNiiE

จดหมายถึงวาเนสสา เป็นหนังสือออกแนวปรัชญา  (On Love, Science and Awareness in an Enchanted World)

เขียนได้ดีครับ (ผมอ่านฉบับแปล  อ่านแล้วรู้สึกได้ เข้าใจเลยว่าแปลมายาก (แปลยาก))

ชอบตรงที่ใช้วิทยาศาสตร์ + วิญญาณ อธิบายวิทยาศาสตร์ ( วิญญาณเค้าขอใช้คำว่า ความรู้สึกแทน) น่าอ่านครับ ผมลอง Quote + ดัดแปลงมานิดนึงนะครับ ถ้าสนใจอย่าลืมไปหาอ่านกันนะครับ :)

” ในวัยเด็ก โลกของเรา ที่ได้เรียนรู้มักมหัศจรรย์ มีชีวิต และศักดิ์สิทธิ์ แต่พอโตขึ้น เมื่อได้เข้าโรงเรียน ดูโทรทัศน์ ฟังผู้ใหญ่คุยกัน และอื่นๆ เรามักถูกปลูกฝังทีละน้อยให้เพิกเฉยต่อความมหัศจรรย์ของโลก ให้ หรือแม้ปฏิเสธ เราค่อยๆเชื่อโดยไม่รู้ตัว ว่าโลกแบบเด็กๆไร้เดียงสาควรทิ้งไปเสีย “
“การศึกษาทำให้เราเชื่อว่าโลกตายแล้ว…. “

ยังไง ?

เราเรียนมาว่า สสาร คือวัตถุ สสารไม่มีชีวิต ไม่มี สสารไม่มีจิตใจ  …. โลกตายแล้ว ที่ประกอบด้วยสสารนั้นต่างกับลิบกับโลกที่เคยสัมผัสตอนอายุสามขวบ

โลกในวัยเยาว์

ครั้งหนึ่งขณะนั่งรถกลับบ้านในคืนที่พระจันทร์สาดแสง ลูกนั่งอยู่บนเบาะตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ ในตอนที่พระจันทร์ลอยเคลื่อนข้ามสายโทรศัพท์ไป ลูกพูดขึ้นว่า “ดูสิคะ พระจันทร์กำลังตกลงมา” เพราะตอนนั้นพระจันทร์เหมือนกับจะตกลงมาจากฟ้าจริงๆ และพอถึงบ้านลูกก็บอกว่า “ดูสิ พระจันทร์ตามเรามาด้วย” ลูกดีใจมากที่พระจันทร์เดินทางมากับเรา

เราไม่ได้สัมผัสโลกมานานแค่ไหนแล้ว . . . .?

ในโลกสมัยใหม่ เราพึ่งความคิดทางวิทยาศาสตร์ที่คับแคบและเบี่ยงเบนมาเป็นตัวบอกว่าโลกประกอบขึ้นจากอะไร เราเห็นศาสตร์กำมะลอเหล่านี้เป็นสัจจะที่จะตัดสินใจว่าสิ่งใดจริง สิ่งใดลวง สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์พูดมากโขมีประโยชน์และเป็นจริง ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าโลกที่พวกเขาอธิบายเป็นความเข้าใจผิดทั้งหมด หรือไม่มีอยู่เลย เพียงแต่ว่า คำอธิบายสมัยใหม่เหล่านี้มองข้ามสาระสำคัญจำนวนมาก มองข้ามความศักดิ์สิทธิ์ ความมีชีวิตและจิตวิญญาณแห่งโลก และที่มักเป็นปัญหาคือ นักวิทยาศาสตร์บางคนชอบใช้น้ำเสียงของผู้มีอำนาจ ย้ำและยืนยันว่าสิ่งที่พวกเขามองข้ามไม่มีอยู่จริง

Related Blogs

    เรื่องที่เกี่ยวข้อง